
ฮ่องกง...สวรรค์ของนักช้อป
|
ฮ่องกง...สวรรค์ของนักช้อป |
|
|
 |
ฮ่องกง....เป็นมณฑลหนึ่งของจีน ที่ไม่ใหญ่ไม่โตนัก แต่มีความหลากหลาย และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอันยาวนาน ขณะเดียวกันก็ยังแฝงไปด้วยความทันสมัย และวิถีชีวิตที่มีสีสัน ฮ่องกงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ี่ง หมาะสำหรับการพักผ่อน ที่คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายได้ ซึ่งเรียกได้ว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเดินออกจากโรงแรมเลยทีเดียว มีทั้งแบบเก่าไปจนถึงแบบใหม่ จากสิ่งที่เป็นเอเชียโดยแท้ เอเชียยุคใหม่ ไปจนถึงสิ่งที่เป็นตะวันตก จากชนบทไปจนถึงตัวเมือง เห็น ฮ่องกง จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นเสน่ห์แห่งตะวันออก และเป็นสวรรค์ของบรรดาเหล่านักช้อปทั้งหลาย |
| |
| ประวัติที่น่าสนใจของ..ฮ่องกง |
| |
|
"ฮ่องกง" เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งมาจากภาษาจีนกลาง ว่า "เซียงก่าง" ความหมายก็ไม่เหมือนใคร หมายความว่า "ท่าเรือหอม" มีความเป็นมา สืบเนื่องมาแต่ครั้งที่กวางตุ้ง เป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่ง ส่งขายเป็นสินค้าออก โดยที่ต้องมาขนถ่ายสินค้ากัน ที่ท่าเรือน้ำลึกตอนใต้สุดของแผ่นดินจีน เมื่อราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีเรือของกองทัพอังกฤษ นำโดยกัปตัน Charles Elliot (ชาร์ลส์ อีเลียต) แล่นผ่านน่านน้ำระหว่าง แหลมเกาลูนและเกาะแห่งหนึ่งที่ร่ำลือกันว่า เป็นที่หลบลมพายุของพวกโจรสลัด กัปตันอีเลียต เกิดได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง จึงจอดเรือและขึ้นฝั่ง ส่งล่ามลงไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นท่าเรือหอม ใช้ขนถ่ายไม้หอม กัปตันรับทราบด้วยความประทับใจ |
|
เมื่อกัปตันอีเลียตเดินทางกลับสู่อังกฤษและได้รับการแต่งตั้งให้ไปประจำการฝ่ายการพาณิชย์ของอังกฤษในภาคพื้นเอเซีย ซึ่งขณะนั้นเอง ประเทศอังกฤษซึ่งปกครองโดยพระนางวิกตอเรีย กำลังต้องการอาณานิคมในแถบทะเลจีนใต้เพื่อใช้เป็นที่จัดส่งสินค้า หรือฝิ่นนั่นเอง และประจวบเหมาะพอดีกับที่ฝ่ายอังกฤษและจีน กำลังมีปัญหาเรื่องการค้าฝิ่นในแถบกวางตุ้งของจีน จนทำให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ขึ้น ในปี ค.ศ. 1939 กัปตันอีเลียตจึงตัดสินใจยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือกลิ่นหอม และประกาศให้ดินแดนแถบนั้นเป็นของอังกฤษ ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1841 |
 |
|
ว่ากันว่ามีเหตุการณ์ที่น่าขัน และสร้างความขายหน้าให้กับพระราชินีวิคตอเรียยิ่งนัก ที่กองทหารอังกฤษเข้ายึดเกาะที่มีแต่หินโสโครก หาประโยชน์ไม่ได้เลย กัปตันอีเลียตจึงถูกลงโทษด้วยการส่งไปเป็นกงสุลอังกฤษประจำเท็กซัสแทนตั้งแต่นั้น จีนและอังกฤษกระทบกระทั่งกันเรื่องการค้าฝิ่นเรื่อยมา เกิดสงครามฝิ่นถึงสองครั้ง หลังสงครามฝิ่นครั้งที่สองนี่เอง อังกฤษได้บีบบังคับให้จีนทำสัญญา โดยให้อังกฤษเช่าฮ่องกงทั้งหมด เป็นเวลา 99 ปี โดยกำหนดวันหมดสัญญาไว้วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1997 ด้วยภูมิประเทศของฮ่องกงเอง ที่เป็นเมืองท่าน้ำลึก เหมาะแก่การจอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ จึงทำให้ฮ่องกงกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลกผู้สำเร็จราชการคนแรกที่มาประจำยังเกาะฮ่องกง ท่านลอร์ด Palmerston เคยขนานนามเกาะแห่งนี้ไว้ว่า "หินไร้ค่า" แต่อังกฤษได้ช่วยวางรากฐานการศึกษา การปกครอง และผังเมืองให้ฮ่องกงเป็นอย่างดี เพียง ชั่วพริบตาเดียว ฮ่องกงได้กลับกลายเป็นศูนย์กลางพาณิชย์และยังเป็นประตูเปิดสู่ประเทศจีน ปลายศตวรรษที่ 19 ดินแดงตอนปลายคราบสมุทรเกาลูนก็ตกเป็นอาณานิคม และอังกฤษยังได้สิทธิเช่าเขตนิวเทอริทอรี่ส์ เป็นเวลา 99 ปี ซึ่งอังกฤษได้ทำพิธีส่งคืนเกาะฮ่องกง ให้แก่จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ไปเรียบร้อย ทั้งนี้เคยมีการเจรจาระหว่างอังกฤษโดย นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับ นายเติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำฝ่ายจีน เพื่อเจรจาขอเช่าเกาะฮ่องกงต่อ แต่ได้รับการปฏิเสธ และในปีเดียวกันนั้น วันที่ 26 กันยายน ผู้นำทั้งสองจึงเปิดเจรจาอีกครั้งและลงนามในสัญญา โดยมีสาระสำคัญว่า อังกฤษจะยอมส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงให้กับจีน และจีนได้ให้สัญญาว่าจะยอมให้ฮ่องกง อยู่ในฐานะ "เขตปกครองตนเอง" ภายใน 50 ปีปัจจุบันจีนได้มอบหมายให้ นายตงจิ้นหวา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฮ่องกง และจีนได้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้รัฐบาลปักกิ่งรับผิดชอบด้านกิจการต่างประเทศ การทหาร และความมั่งคงเท่านั้น ส่วนการบริหารยังคงให้อิสระแก่ชาวฮ่องกงเหมือนเดิมอย่างไรก็ตามด้วยทำเลอันเหมาะสม เกาะฮ่องกงก็ยังมีบทบาทสำคัญยิ่งในศตวรรษที่ 21 ในฐานะเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศ ฐานที่ตั้งสำคัญของผู้ผลิต และศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก |
| |
| รูปแบบการปกครองใน..ฮ่องกง |
|
|
ฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีนรัฐบาลจีนได้ใช้นโยบาย "หนึ่งประเทศสิงระบบ" ในการปกครองฮ่องกง ตามกฎหมายพื้นฐานที่ใช้ในการปกครองและบริหารฮ่องกง ที่สภาประชาชนจีนได้อนุมัติและประกาศใช้เป็นกฎหมาย เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2533 โดยให้สิทธิฮ่องกงในการปกครองตนเองอย่างอิสระ สามารถดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การพาณิชย์ ฯลฯ ได้ตามระบบเสรี รัฐบาลจีนได้กำหนดให้ฮ่องกงสามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีต่อไปได้อีกเป็นเวลา 50 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลจีนได้รับฮ่องกงกลับคืนจากรัฐบาลอังกฤษ |
| |
| ภูมิประเทศของ...ฮ่องกง |
| |
 |
ฮ่องกงมีพื้นที่รวม 1,096.63 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง (80.30 ตร.กม.) เกาลูน (46.71 ตร.กม.) เขตดินแดนใหม่ (New Territories)และเกาะอื่น ๆ (969.62 ตร.กม.) หรือขนาดประมาณ 1 ใน 6 ของพื้นที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะฮ่องกง เกาลูนและเขตดินแดนใหม่ จะเป็นแนวเขาทอดตัวยาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทิศใต้ เป็นแนวเขาที่ต่อเนื่องมาจากมณฑลฝูเจี้ยนและกว่างตงที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน แต่เนื่องจากเขตเทือกเขาแต่ครั้งโบราณนั้น ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ จึงเกิดเป็นทัศนียภาพเกาะแก่งเล็ก ๆ ที่มีลักษณะลาดชันผุดโพล่ขึ้นมากมาย |
| |
|
| ภูมิอากาศ.....ฮ่องกง |
|
| ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคม) |
| อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ตอนเย็นอากาศอาจจะเย็นลง แต่เสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18oC-27oC (64oF-80oF) ความชื้นประมาณ 82 % |
|
| ฤดูร้อน (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางกันยายน) |
| อากาศร้อนและชื้นด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 26oC-33oC (78oF-91oF) และความชื้นเกือบ 86% เสื้อแขนสั้นและผ้าฝ้ายเหมาะสมที่สุด พร้อมด้วยเสื้อสเวตเตอร์บาง ๆ สำหรับสวมเมื่ออยู่ในอาคาร เช่น ตามภัตตาคารต่าง ๆ ซึ่งมักจะเปิดเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็น ร่มหรือหมวกก็ช่วยกันแดดได้ดี |
|
| ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายนถึงต้นธันวาคม) |
| อากาศสดใสและปลอดโปร่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เสื้อแขนสั้นและแจ็คเก็ตบาง ๆ เหมาะสมที่สุดในฤดูกาลนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18oC-28oC (64oF-82oF) ความชื้นที่ 72% |
|
| ฤดูหนาว (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) |
| ฤดูหนาวมีระดับความชื้นต่ำที่ 72% ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ตั้งแต่ 14oC-20oC (57oF-68oF) ปรอทสามารถลดลงได้จนถึง 10oC (50oF) อากาศหนาวเย็นจัดในบางโอกาสทำให้เสื้อขนสัตว์และโอเวอร์โค้ตเป็นสิ่งจำเป็นในฤดูนี้ |
|
| สัญญาณบอกสภาพอากาศ |
| บางครั้งฮ่องกงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงบ้าง รัฐบาลได้จัดระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อนขึ้น มีสัญญาณเตือนระดับพายุไซโคลนเขตร้อน 5 ระดับ (ระดับ 1,3,8,9 และ 10 โดยระดับ 10 มีความรุนแรงที่สุด) อย่างไรก็ตาม พายุไต้ฝุ่นแทบจะไม่เคยพัดผ่านฮ่องกงตรง ๆ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนสภาพพายุฝนอีก 3 ระดับ (สีน้ำตาลเหลือง สีแดง และสีดำ โดยสีดำถือว่ารุนแรงที่สุด) หากสัญญาณเตือนพายุไต้ฝุ่นอยู่ที่ระดับ 8 หรือสูงกว่า และ/หรือสัญญาณฝนเป็นสีดำ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในโรงแรมที่พัก |
| |
| ประชากรใน....ฮ่องกง |
|
|
ฮ่องกงมีจำนวนประชากรกว่า 6.99 ล้านคน ในปี 2549 ความหนาแน่นของประชากร 6,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนมากป็นชาวจีนมีร้อยละ 3 เป็นชาวต่างชาติ อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอเมริกัน ฯลฯ ภาษากวางตุ้ง ซึ่งเป็นภาษาที่มีถิ่นพูนตั้งแต่มณฑลกวางตุ้งของจีนเรื่อยมาจนถึงฮ่องกงได้กลายมาเป็นภาษาราชการของฮ่องกง ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นของภาษาของเจ้าอาณานิคมก็ยังคงเป็นภาษาราชการร่วมซึ่งถูกใช้พูดมากกว่า 38 เปอร์เซ็นของประชากร ก็เป็นภาษาที่ใช้แพร่หลาย ส่วนภาษาจีนท้องถิ่นอื่นเช่นแต้จิ๋วหรือจีนแคะ ฯลฯ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน และตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่ใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ การใช้ภาษาจีนกลาง ในการติดต่อก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเข้ามาของชาวจีนแผ่นดินใหญ่และการติดต่อค้าขายระหว่างกัน ถึงแม้ว่าการใช้อักษรจีนนั้นยังนิยมใช้อักษรจีนตัวเต็มอยู่ก็ตาม นอกจากนั้นทางรัฐบาลฮ่องกงได้มีโครงการ "สองแบบอักษร สามภาษา" เพื่อสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงใช้ภาษาทั้ง 3 ภาษาร่วมกัน คือภาษากวางตุ้ง จีนกลาง และอังกฤษ |
 |
|
|
| ด้านศาสนาของ........ฮ่องกง |
| |
|
นับถือศาสนาพุทธแบบมหายาน 74% ศาสนาคริสต์10% |
| |
| ระเบียบการเข้าเมือง......ฮ่องกง |
| |
 |
นักท่องเที่ยวมาเยือนฮ่องกงต้องถือหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง หนังสือเดินทางควรมีอายุใช้งานอย่างน้อย 1 เดือน หลังจากกำหนดวันเดินทางออกจากฮ่องกง สำหรับบางสัญชาติ เงื่อนไขนี้อาจขยายจนถึง 6 เดือน นักท่องเที่ยวหลายสัญชาติจากหลายประเทศไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่ 7 วัน ถึง 180 วัน ขึ้นอยู่กับสัญชาติ ควรตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนเพื่อทราบระเบียบล่าสุด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการขอวีซ่า โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบการเข้าเมือง Visit Visa/ Entry Permit Requirements |
|
ปัจจุบัน การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจในฮ่องกงบ่อย ๆ สะดวกยิ่งขึ้นหากใช้บัตรเดินทาง (Travel Pass) ของเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเดินทาง โปรดเปิด เว็บไซต์กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองหากต้องการใบสมัคร สามารถขอวีซ่าเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ได้ในฮ่องกง โดยเตรียมรูปถ่าย 1 รูปและตามปกติจะใช้เวลา 3 วันทำการในการดำเนินการ สามารถขอวีซ่าได้ที่สำนักงานวีซ่าของสาธารณรัฐประชาขนจีน สำนักงานคณะกรรมการของกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฮ่องกง บริษัท ไชน่า เทรเวล เซอร์วิส (HK) จำกัด หรือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เทรเวล เซอร์วิส HK จำกัด |
| |
| สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ...ฮ่องกง |
| |
 |
| |
| นักท่องเที่ยวนับล้านคนเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ในฮ่องกงทุกปี นักท่องเที่ยวของฮ่องกงสนใจสถานที่เที่ยวทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและที่เที่ยวในเมือง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในช่วง 2- 3 ปี ที่ผ่านมา ได้แก่ |
| |
| เทศกาลท่องเที่ยวของ.....ฮ่องกง |
| |
 |
เทศกาลสินค้าลดทั้งเกาะฮ่องกง
จะจัดประมาณ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม ของทุกปี ถ้าคุณเป็นนัก Shopping ตัวยง แนะนำว่าไม่ควรพลาด เทศกาลลดราคาสินค้า ลดทั้งเกาะฮ่องกง (Hongkong Shopping Festival) สินค้าทุกชนิด ทุกแบรนด์ ทุกย่าน ในประเทศฮ่องกง พร้อมใจกันลดราคา แบบกระหน่ำ ให้คุณได้ช๊อปปิ้ง สินค้ากันอย่าง จุใจ เทศกาลพิเศษ อย่างนี้ 1 ปี มีครั้งเดียว ดังนั้น นักช๊อป ทั้งหลาย ไม่ควรพลาดจริงๆ |
| |
|
 |
Full Moon Celebrate/Mid-Autumn Lantern Celebration เทศกาลไหว้พระจันทร์ ของฮ่องกง จะมีในช่วงกลางปี นับเป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในรอบปีของชาวจีน ช่วงนี้บ้านเมืองใน ฮ่องกง และถนนหนทาง จะประดับประดาด้วยโคมไฟลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม และยังเป็นช่วงที่คุณจะมีโอกาสได้ลิ้มรส ขนมไหว้พระจันทร์ตำรับฮ่องกง อันเลื่องชื่อ พร้อมทั้ง อาหารเลิศรสตามแบบฉบับของฮ่องกง อีกหลากหลายชนิดที่รอคุณให้คุณมาลองลิ้มชิมรส กันอย่างจุใจ |
| |
|
 |
Hong Kong WinterFest/Christmas New Year Season ช่วงปลายปี เป็นการเริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองของคนทั่วโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น คริสมาสต์ และ ปีใหม่ ทำให้ทุกสถานที่ใน ฮ่องกง จะถูกตบแต่ง ประดับประดา อย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของเทศกาลปีใหม่ กระจายอยู่ทั่วทั้งฮ่องกง หากมีโอกาส เที่ยวฮ่องกง ช่วงนี้ อากาศเย็นสบาย สินค้าหลายอย่าง ก็จะถูกนำมาจัดแพคเกจใหม่ให้สวยงาม พร้อมทั้งอาจมีการลดราคา เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ อีกด้วย |
|
ฮ่องกง...สวรรค์ของนักช้อป