|
|
ฮ่องกง...สวรรค์ของนักช้อป
|
|
|
 |
ฮ่องกง....เป็นเมืองที่มีความหลากหลาย และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอันยาวนาน ขณะเดียวกันก็ยังแฝงไปด้วยความทันสมัย และวิถีชีวิตที่มีสีสัน ฮ่องกงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ี่ง หมาะสำหรับการพักผ่อน ที่คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายได้ ซึ่งเรียกได้ว่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเดินออกจากโรงแรมเลยทีเดียว มีทั้งแบบเก่าไปจนถึงแบบใหม่ จากสิ่งที่เป็นเอเชียโดยแท้ เอเชียยุคใหม่ ไปจนถึงสิ่งที่เป็นตะวันตก จากชนบทไปจนถึงตัวเมือง เห็น ฮ่องกง จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นเสน่ห์แห่งตะวันออก และเป็นสวรรค์ของบรรดาเหล่านักช้อปทั้งหลาย |
| ข้อมูลการเดินทางไปฮ่องกง |
| จากประเืทศไทยมีสายการบินที่ให้บริการเดินทางไปยังฮ่องกง ดังนี้ |
|
สายการบินไทย แอร์เอเชีย(FD), การบินไทย (TG), คาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์ไลน์ (CX), ศรีลังกันแอร์ไลน์ (UL), ไชน่าแอร์ไลน์ (CL),Emirates Airlines (EK),Kenya Airways (KQ), Ethiopian Airlines (ET), Orient Thai Airlines (OX), Royal Jordanian (RJ), Hongkong Express (UO)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-379-2992 |
| การเดินทางภายในฮ่องกง |
| การเดินทางภายในฮ่องกง มีให้เลือกหลากหลายแบบด้วยกันดังนี้ |
| รถไฟฟ้าใต้ดิน (Mass Transit Railway MTR.) |
| รถไฟฟ้าใต้ดิน ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดในเกาะฮ่องกง โดยมีอยู่ทั้งหมด 4 สายด้วยกัน ซึ่งในแต่ละสายก็จะซอกซอนไปจนถึงสถานที่ท่องเีี่ที่ยวที่สำคัญต่าง ๆ ภายในฮ่องกงด้วย หากใครที่จะเดินทางไปเที่ยวฮ่องกง อย่าลืมโหลดแผนที่เส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน (MTR) ไปด้วยนะคะ แผนที่เส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน <<< โหลดแผนที่ได้ที่ link นี้เลย |
| |
| รถไฟฟ้า (Hongkong Airport Express) |
| รถไฟฟ้า เป็นรถไฟขบวนพิเศษ ที่วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสายจากสนามบิน Chek Lap Kok ของฮ่องกง เข้าสู่ในตัวเมืองฮ่องกง โดยจะจอดรับส่งผู้โดยสารเพียง 5 สถานี คือ AsiaWorld-Expo, Airport, Tsing Yi, Kowloon และ Hong Kong โดยรถไฟฟ้านี้ จะออกทุก 12 นาที เปิดให้บริการผู้โดยสารเวลา 05.50 - 01.15 น. สามารถซื้อตั๋วได้ที่ Customer Service Centers หรือตู้จำหน่ายตั๋วที่สถานี Airport Express Stations เมื่อลงยังสถานีต่าง ๆ แล้วจะมีบริการ Airport Shuttle Bus นำท่านไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มีป้ายจอดของ Airport Express และสำหรับขากลับไปยังสนามบินถ้าใช้บริการของ Airport Express สามารถเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินได้ ตั้งแต่สถานีฮ่องกง และสถานีเกาลูน (สายการบินที่ให้บริการเช็กอินทั้งสองสถานีได้แก่ Cathay Pacific Airways,China Airlines,Thai Airways,Singapore Airlines) |
|
ตรวจสอบตารางเวลารถไฟฟ้า Airport Express <<คลิ๊ก>> |
|
รถไฟฟ้า (Kowloon Canton Railway KCR)
Kowloon-Canton Railway หรือเรียกสั้นๆว่า KCR เป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ทางฝั่งเกาลูนของ ฮ่องกง กับชายแดนจีนของเซินเจิ้น ตรงสถานี Lowu เรียกว่า KCR East Rail รถไฟฟ้าสายนี้วิ่งบนรางตามปกติ วิ่งผ่านเมืองต่าง ๆ ในเขต
นิวเทอร์ริทอรีส์ เป็นรถไฟฟ้าสายสำคัญสำหรับขนส่งผู้คนจากพื้นที่ห่างไกลออกไปเข้าสู่ตัวเมืองฮ่องกง สถานีที่ใกล้เมืองฮ่องกงมากที่สุด คือ สถานี East Tsim Sha Tsui
|
 |
| การเดินทางโดยรถเมล์ประจำทางในฮ่องกง |
|
รถเมล์ประจำทางในฮ่องกง มีวิ่งอยู่ 5 บริษัทด้วยกัน ได้แก่ • บริษัท New World First Bus (NWFB) ให้บริการฝั่งเกาลูน,ฮ่องกง,และเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ |
| • บริษัท Citybus ซึ่งให้บริการทางฝั่งเกาลูน,ฮ่องกง,และเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ และสนามบิน |
| • บริษัท Kowloon Motor Bus (KMB) ให้บริการฝั่้งเกาลูน และ นิวเทอร์ริทอรีส์ |
| • บริษัท New Lantau Bus (NLB) ให้บริการบนเกาะลันเตา |
| • บริษัท Long Win (LW) ให้บริการไปสนามบิน และเกาะลันเตา |
| การใช้บริการรถโดยสารประจำทางในฮ่องกง ไม่ต้องใช้บัตรโดยสารใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ใส่เงินตามราคาลงในกล่องเก็บเงินค่าโดยสาร ซึ่งตั้งอยู่ข้างคนขับรถหน้าบันไดขึ้น ท่านจะต้องเตรียมเงินให้พอดีกับค่าโดยสาร เพราะจะๆไม่มีการคืนเงินทอนให้ เมื่อต้องการลงจากรถให้กดกริ่ง ซึ่งมีอยู่หลายจุดในรถโดยสาร นอกจากนี้ท่านยังสามารถใช้บัตร Octopus โดยสารรถประจำทางได้เช่นกัน |
|
เพื่อเป็นการง่ายที่จะใช้รถประจำทาง โปรดจำไว้ว่า • หมายเลขรถประจำทางที่ลงท้ายด้วย K หมายถึงเส้นทางที่จะผ่าน หรือเชื่อมกับ KCR • สายที่เริ่มต้นหรือลงท้ายด้วย M ก็จะไปที่ MTR • ถ้าลงท้ายด้วย R จะเป็นรถเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน ตามปกติให้ให้บริการในวันอาทิตย์ วันหยุดราชการหรือ
เทศการพิเศษ • รถประจำทางที่หมายเลขลงท้ายด้วย X หมายถึงรถประจำทางสายด่วน เวลาให้บริการรถเมล์ที่ฮ่องกงจะุเริ่มตั้งแต่ 07.00 น. - 24.00 น. หรือบางสายอาจให้บริการช่วงกลางคืนจนถึงเช้าเลยก็มี |
| ข้อมูลการเดินทางโดยรถเมล์จาก www.china2learn.com |
| รถประจำทางแบบ 16 ที่นั่งในฮ่องกง (Minibus) |
รถโดยสารประจำทางขนาดเล็ก เป็นรถขนาด 16 ที่นั่ง มี 2 ลักษณะคือ ตัวถังสีครีมหลังคาสีแดง และตัวถังสีครีมหลังคาสีเขียว สามารถสังเกตเส้นทางเดินรถได้จากป้ายที่หน้ารถ ซึ่งจะบอกทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ค่าโดยสารรถ Minibus ตัวถังสีครีมหลังคาสีเขียว เป็นแบบราคาเดียวตลอดสาย โดยหยอดเหรียญ (ตามราคาที่ติดไว้หน้ารถ) ลงในตู้เก็บค่าโดยสาร ที่ตั้งอยู่ในตัวรถตรงบันไดขึ้น ซึ่งต้องเตรียมเงินให้พอดีราคาโดยสาร เพราะจะไม่มีการทอนเงิน เช่นเดียวกับรถโดยสารประจำทาง รถ Minibus ชนิดนี้ สามารถใช้บัตร Octopus ได้บางสาย สำหรับรถ Minibus ตัวถังสีครีมหลังคาสีแดง ต้องจ่ายเงินกับคนขับโดยตรง ก่อนจะลงจากรถ เนื่องจากราคาค่าโดยสารจะขึ้นอยู่กับระยะทาง ช่วงเวลาการเดินรถ (กลางวันหรือกลางคืน) และวันของการเดินรถ (เช่นวันที่มีการแข่งม้า หรือวันที่มีพายุไต้ฝุ่น ค่าโดยสารจะแพงขึ้นกว่าปกติ) หากมีเงินทอนคนขับก็จะทอนให้ เมื่อต้องการลงรถ ก็เพียงแต่บอกคนขับว่า yauh lohk (เหย๋าเหลาะ) ซึ่งหมายความว่า "ต้องการลง" ในภาษากวางตุ้ง |
| |
| รถราง (Train Tram) |
| รถรางจะให้บริการเฉพาะฝั่งฮ่องกง โดยจะวิ่งบนเส้นทางจากด้านตะวันออกไปจนถึงด้านตะวันตกบนเกาะฮ่องกง (ตั้งแต่ถนน Johnston ยาวไปจนถึงย่าน Causeway Bay)ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดที่สุด คือ 2 เหรียญฮ่องกงตลอดสายท่านต้องจ่ายเงินค่าโดยสารก่อนจะลงจากรถ และจะไม่มีการทอนเงินคืนเช่นเดียวกัน ในขณะนี้รถรางบางสายเริ่มมีบริการจ่ายเงินโดยใช้บัตร Octopus แล้ว รถรางจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30-00:10 น. ทุกวัน |
 |
 |
|
รถประจำทาง 16 ที่นั่ง (Minibus) |
รถราง (Train Tram) |
| รถรางพีคแทรม (Peak Tram) |
| รถรางพีคแทรม ในฮ่องกง เป็นการเดินทางระบบเก่าแก่ในฮ่องกง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 ซึ่งเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวโดยสารขึ้นไปชมความงามแบบพาโนราม่าของเกาะฮ่องกงบน วิคตอเรียพีค หรือ ยอดเขาวิคตอเรีย |
| เช็กราคาตั๋วรถราง Peak Tram <<คลิ๊ก |
|
รถแท็กซี่ในฮ่องกง |
| ที่ฮ่องกงมีแท็กซี่ให้บริการมากมาย โดยคิดเป็นอัตราตามระยะทางและเวลาที่รถติด เหมือนแท็กซี่มิเตอร์บ้านเรา แต่แท็กซี่ที่ฮ่องกงจะแบ่งเป็น 3 สี ตามเขตที่ให้บริการดังนี้ |
| แท็กซี่ สีแดง ให้บริการครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ของฮ่องกงยกเว้นถนนทุงชุง และพื้นที่ตอนใต้ของเกาะลันเตา |
| แท็กซี่ สีเขียว ให้บริการในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ |
| แท็กซี่ สีฟ้า วิ่งบนเกาะลันเตา |
| ค่าบริการเริ่มต้นที่ 15HK$ในเขตเกาลูนและเกาะฮ่องกง และจะต่ำกว่านี้ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์และเกาะลันเตา รับเป็นเงินดอลล่าร์ฮ่้องกงเท่าั้นั้น ส่วนมากคนขับจะพูดภาษาอังกฤษได้ |
|
รายละเอียด |
แท็กซี่สีแดง |
แท็กซี่สีเขียว |
แท็กซี่สีฟ้า |
|
ค่ามิเตอร์ |
เริ่มต้น (2 กม.แรก) |
15 HK$ |
12.5 HK$ |
12 HK$ |
|
|
ทุก 200 เมตร/
ทุก 1 นาทีที่รถติด |
1.40 HK$ |
1.20 HK$ |
1.20 HK$ |
|
ค่าบริการอื่น ๆ |
กระเป๋าสัมภาระ |
5 HK$ |
4 HK$ |
5 HK$ |
|
เรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก |
เรือเฟอร์รี่ ใช้สัญจรไปมาระหว่าง Tsim Sha Tsui ฝั่งเกาลูน และ Central ฝั่งฮ่องกง ตรงอ่าววิคตอเรีย ระหว่างเวลา 6:30-23:30 น. ทุกวัน หากท่านต้องการไปเที่ยวยังเกาะอื่น ๆ เช่น เกาะลันเตา (Lantau Island) เกาะเชิงเชา (Cheung Chau Island) เกาะเพงเชา (Peng Chau Island) ท่านก็สามารถเดินทางโดยเรือข้ามฟากที่ท่าเรือ Central ฝั่งเกาะฮ่องกง ซึ่งจัดให้บริการโดยบริษัท New World First Ferry (NWFF) นอกจากนี้ยังมีเรือเร็วให้บริการผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง จากท่าเรือ Star Ferry บนฝั่งฮ่องกงไปยังอ่าวดิสคัฟเวอรี่ (Discovery Bay) บนเกาะลันเตา ซึ่งจัดให้บริการโดยบริษัทเดินเรือฮ่องกง และเกาลูนจำกัด (Hong Kong and Kowloon Ferry Limited หรือ HKK) ท่าเรือทั้งหมดจะอยู่บนเกาะฮ่องกง ค่าโดยสารจะต่างกันตามสถานที่ ๆ ท่านจะไป การล่องเรือเฟอร์รี่ทำให้เราได้ชมทัศนียภาพสวย ๆ บนเกาะฮ่องกง และเป็นจุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมที่สุดอีกด้วย เช็กราคาค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ระหว่าง Tsim Sha Tsui ฝั่งเกาลูน และ Central ฝั่งฮ่องกง ได้ ที่นี่ http://www.starferry.com.hk/145.html |
 |
 |
|
เรือเฟอร์รี่,ฮ่องกง |
เรือเฟอร์รี่,ฮ่องกง |
| เรือสำเภาโบราณ Duk Ling Junk |
| Duk Ling Junk หรือ เรือสำเภอจีนโบราณที่ใช้กันเมื่อ 150 ปีก่อนบนอ่าววิคตอเรีย ซึ่งเคยใช้เป็นพาหนะค้าขายกับชาวต่างชาติ ปัจจุบันทางการฮ่องกง ได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮ่องกง เพื่อล่องเรือสำเภาจีน ชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะฮ่องกง แต่ไม่ได้เปิดบริการทุกวัน จะเปิดบริการเฉพาะวันพฤหัสบดี และวันเสาร์เท่านั้น ตามตารางดังต่อไปนี้ |
|
วัน |
เวลา |
ท่าเรือ |
|
พฤหัสบดี |
14.00 น. และ 16.00 น.
15.00 น. และ 17.00 น. |
Kowloon Public
Queen s Pier (ฝั่งฮ่องกง) |
|
เสาร์ |
10.00 น. และ 12.00 น.
11.00 น. และ 13.00 น. |
Kowloon Public
Queen s Pier (ฝั่งฮ่องกง) |
|
การเดินทางจากฮ่องกงสู่มาเก๊า |
|
สามารเดินทางโดยทางเรือ ซึ่งมีบริการอยู่ 2 บริษัท คือ Turbojet ให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือฮ่องกงถึงท่าเรือมาเก๊า โดยท่าเรือนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Sheung Wan ใช้เวลาเดินทางประมา 55 นาทีตั้งอยู่ฝั่งฮ่องกงและอีกของบริษัท First ferry ตั้งอยู่ฝั่งเกาลูนบริเวณย่าน Tsim sha Tsui ใช้เวลาเดินทาง 70 นาที |
|
การเดินทางจากฮ่องกงสู่เซินเจิ้น |
|
มี 2 ทางเลือกคือทางรถหรือทางเรือ นั่งเรือใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาทีถ้านั่งรถบัสและรถไฟ ข้ามด่านแล้วถึงเลย จะต้องผ่านตม. 2 ครั้ง คือ ผ่านตม. ฮ่องกง มาขึ้นรถบัส เมื่อรถไปถึงด่าน ฮ่องกง-เซินเจิ้น ก็ต้องผ่านตม.อีกครั้ง ส่วนเรือเฟอรรี่ จะมีให้บริการอยู่ 2 ราย คือ CKS ซึ่งจะเข้าเซินเจิ้นที่ท่าเรือ เสอโข่ว กับ Turbojet ซึ่งจะเข้าเซินเจิ้นที่ท่าเรือฝูหย่ง (ใกล้สนามบินเซินเจิ้น) |
|
การเดินทางจากฮ่องกงสู่กวางเจา |
| เดินทางได้ 3 ทางรถบัสและทางรถไฟใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง ทางรถบัสจะเสียเวลาในการข้ามด่านจะต้องลง จากรถแล้วขึ้นใหม่เพื่อผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองแต่สำหรับรถไฟตรวจแล้ววิ่งยาวได้เลย ส่วนทางเรือไม่นิยมเดินทางเพราะไปลงเรือที่ท่า เหลียนฮัวซานกั่ง แล้วจะต้องต่อรถบัสเพื่อเข้าไปในกวางเจาอีกซึ่งไกลพอสมควร |
| ระเบียบการเข้าเมืองฮ่องกง |
|
เอกสารแค่ใช้เป็นพาสปอร์ต ก็สามารถเดินทางได้แล้วแต่ต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือนเช่นเดียวกับการเดินทางเข้ามาเก๊าแต่ถ้าจะต่อเข้าไปสู่เซินเจิ้นนั้นจะต้องมีการทำวีซ่าก่อน โดยเตรียมรูปถ่าย 1 รูปและตามปกติจะใช้เวลา 3 วันทำการในการดำเนินการ สามารถขอวีซ่าได้ที่สำนักงานวีซ่าของสาธารณรัฐประชาชนจีน สำนักงานคณะกรรมการของกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฮ่องกง หรือง่ายกว่านั้นสามารถขอตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย เตรียมเอกสาร พาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมด้วยรูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ (ต้องเป็นรูปสีเท่านั้น) ที่สถานทูตจีน นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานีพระราม 9 แล้วออกทางออกที่ 1 เดินแล้วให้เดินทางไปฝั่งตรงข้ามกับตึก True แต่สถานที่ทำจะอยู่ข้างตึกสถานทูตรัชดาซอย 3 แล้วเข้าไปรับเอกสารกรอกรายละเอียดตามขั้นตอนได้เลยค่ะ เวลาเปิดทำวีซ่า 09.00-11.30 น. |
|
เอกสารที่ใช้เดินทางสู่ฮ่องกง
หนังสือเดินทาง (Passport) ควรมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน เนื่องจากอาจถูกปฏิเสธการเข้าเมืองได้และ ใบอนุญาตเข้าเมือง (ต.ม.) เจ้าหน้าที่จะทำการแจกบนเครื่องบินหรือก่อน ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีให้กรอกเอกสารใบอนุญาตเข้าเมืองเช่นกัน เมื่อเดินทางเข้าเมืองฮ่องกง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทของฮ่องกงจะประทับตราวีซ่าให้อาศัยอยู่ในฮ่องกงได้ 1 เดือน หากหนังสือเดินทางดังกล่าวมีอายุไม่ต่ำ 6 เดือน
|
 |
| สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ...ฮ่องกง |
| |
 |
| |
| นักท่องเที่ยวนับล้านคนเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ในฮ่องกงทุกปี นักท่องเที่ยวของฮ่องกงสนใจสถานที่เที่ยวทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและที่เที่ยวในเมือง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในช่วง 2- 3 ปี ที่ผ่านมา ได้แก่ |
| |
เทศกาลท่องเที่ยวของ.....ฮ่องกง |
| |
 |
เทศกาลสินค้าลดทั้งเกาะฮ่องกง
จะจัดประมาณ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม ของทุกปี ถ้าคุณเป็นนัก Shopping ตัวยง แนะนำว่าไม่ควรพลาด เทศกาลลดราคาสินค้า ลดทั้งเกาะฮ่องกง (Hongkong Shopping Festival) สินค้าทุกชนิด ทุกแบรนด์ ทุกย่าน ในประเทศฮ่องกง พร้อมใจกันลดราคา แบบกระหน่ำ ให้คุณได้ช๊อปปิ้ง สินค้ากันอย่าง จุใจ เทศกาลพิเศษ อย่างนี้ 1 ปี มีครั้งเดียว ดังนั้น นักช๊อป ทั้งหลาย ไม่ควรพลาดจริงๆ |
| |
|
 |
Full Moon Celebrate/Mid-Autumn Lantern Celebration เทศกาลไหว้พระจันทร์ ของฮ่องกง จะมีในช่วงกลางปี นับเป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในรอบปีของชาวจีน ช่วงนี้บ้านเมืองใน ฮ่องกง และถนนหนทาง จะประดับประดาด้วยโคมไฟลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม และยังเป็นช่วงที่คุณจะมีโอกาสได้ลิ้มรส ขนมไหว้พระจันทร์ตำรับฮ่องกง อันเลื่องชื่อ พร้อมทั้ง อาหารเลิศรสตามแบบฉบับของฮ่องกง อีกหลากหลายชนิดที่รอคุณให้คุณมาลองลิ้มชิมรส กันอย่างจุใจ |
| |
|
 |
Hong Kong WinterFest/Christmas New Year Season ช่วงปลายปี เป็นการเริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองของคนทั่วโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น คริสมาสต์ และ ปีใหม่ ทำให้ทุกสถานที่ใน ฮ่องกง จะถูกตบแต่ง ประดับประดา อย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของเทศกาลปีใหม่ กระจายอยู่ทั่วทั้งฮ่องกง หากมีโอกาส เที่ยวฮ่องกง ช่วงนี้ อากาศเย็นสบาย สินค้าหลายอย่าง ก็จะถูกนำมาจัดแพคเกจใหม่ให้สวยงาม พร้อมทั้งอาจมีการลดราคา เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ อีกด้วย |
|
โทรศัพท์ในฮ่องกง |
| สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการโทรกลับบ้านจากฮ่องกงมาเมืองไทย หรือ โทรหากันในระหว่างการเที่ยวที่ฮ่องกง แนะนำให้ซื้อซิมการ์ด ที่ใช้ในฮ่องกง ซึ่งจะมีให้เลือกหลายระบบด้วยกันค่ะ ข้อมูลดี ๆ นี้นำมาจากรีวิวใน pantip.com ต้องขอขอบคุณคุณพูริน มา ณ ที่นี่ด้วยนะคะ |
CSL Sim Card อันนี้เป็นตัวอย่างค่ะ ของยี่ห้อ CSL สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ราคาอยู่ที่ 48 HK$ แบบถูกสุด ซื้อหาได้ตาม 7-11 และร้านขายมือถือ One2Free shop และ 1010 Center ที่สนามบินก็มีขายนะคะ http://prepaid.hkcsl.com/english/ehhome.html
- โทรหากันเองในฮ่องกง 0.3 HK$/นาที - โทรกลับไทยนาทีละ 0.3 HK$+3/8 HK$ (IDD Charge) - ส่ง sms ออกนอกประเทศครั้งละ 1HK$ วิธีใช้งาน 1. ใส่ sim ลงในเครื่อง จากนั้นก็ กด 179179 โทรออก เพื่อเป็นการเปิดระบบ 2. จากนั้นกด *109# โทรออก ระบบจะส่ง sms มาบอกเบอร์โทรศัพท์+จำนวนเงินคงเหลือ+วันหมดอายุให้ โทรกลับไทยทำได้ 2 วิธี 1. กด 001 66 หมายเลขโทรศัพท์ # >จากนั้นกดโทรออก 001 (IDD charge) 8HK$ 2. กด 1718 66 หมายเลขโทรศัพท์ # >จากนั้นกดโทรออก...อันนี้จะถูกกว่า 1718 charge 3 HK$
|
|
|
|
|
|
| มารู้จักกับบัตร Octopus Card |
|
บัตร Octopus |
|
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางท่องเที่ยวในฮ่องกง แนะนำว่าควรจะซื้อบัตร Octopus ติดตัวไว้เลยเมื่อเดินทางถึงสนามบินฮ่องกง เพราะว่าจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาซื้อตั๋วทุกครั้งที่ต้องการเดินทาง สำหรับตั๋ว Octopus สามารถใช้ได้กับ รถไฟฟ้า MTR, Airport Express, รถราง, The Peak Tram, Light Rail, รถบัสหรือรถโดยสารประจำทาง, มินิบัส และ เรือสตาร์เฟอร์รี่ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ซื้อของที่ร้าน 7-11, KFC และ ซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งได้ด้วย ถ้าเป็นเมืองไทยก็จะคล้ายๆ กับ บัตรแทนเงินสด |
|
ค่าบัตร Octopus |
สำหรับผู้ใหญ่ 150 HKD ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นค่ามัดจำบัตร 50 HKD และ สามารถใช้งานได้ 100 HKD สำหรับเด็ก 70 HKD ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นค่ามัดจำบัตร 50 HKD และ สามารถใช้งานได้ 20 HKD ในกรณีที่เราใช้จนหมด เราสามารถเติมเงินได้ที่ เครื่องเติมเงิน (Add Value Machine) ที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟฟ้า หรือ เราสามารถเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ตรง Customer Service ภายในสถานีรถไฟฟ้า MTR ทุกแห่ง หรือร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-11 และ Circle K ซึ่งการเติมเงินแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 50 HKD |
|
วิธีซื้อ บัตร Octopus - สามารถหาซื้อบัตร Octopus ได้จาก สนามบิน หลัง
จาก ผ่านด่าน ตม. - Counter ของ Airport Express - สามารถหาซื้อบัตร Octopus ได้จาก สถานีรถไฟฟ้า
ทุกสถานี ให้สังเกตที่ป้าย Customer Service ในกรณีที่ใช้เงินในบัตรไม่หมด เราสามารถนำบัตรไปแลกคืนที่ Counter ของ Customer Service ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง โดยเงินที่เราจะัได้คืน จะเป็นเงินที่เหลืออยู่ในบัตรทั้งหมด รวมกับค่ามัดจำบัตรอีก 50 HKD แต่ว่าเราจะถูกหัก 7 HKD ในกรณีที่อายุบัตรที่เราซื้อมาต่ำกว่า 3 เดือน |
หน้าตาบัตร Octopus ค่ะ |
|
ไฟฟ้าและปลั๊กไฟในฮ่องกง |
|
ใช้ไฟฟ้าระบบ 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ใช้ปลั๊กแบบ G และ M (ปัจจุบันในฮ่องกง นิยมใช้ปลั๊กตัวผู้แบบ G (ปลายแบน) แต่แบบ ปลายกลมก็ยังมีใช้อยู่) |
|
(ข้อมูลจาก marketatnation.com) |
| |
| ประวัติที่น่าสนใจของ..ฮ่องกง |
| |
|
"ฮ่องกง" เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งมาจากภาษาจีนกลาง ว่า "เซียงก่าง" ความหมายก็ไม่เหมือนใคร หมายความว่า "ท่าเรือหอม" มีความเป็นมา สืบเนื่องมาแต่ครั้งที่กวางตุ้ง เป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่ง ส่งขายเป็นสินค้าออก โดยที่ต้องมาขนถ่ายสินค้ากัน ที่ท่าเรือน้ำลึกตอนใต้สุดของแผ่นดินจีน เมื่อราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีเรือของกองทัพอังกฤษ นำโดยกัปตัน Charles Elliot (ชาร์ลส์ อีเลียต) แล่นผ่านน่านน้ำระหว่าง แหลมเกาลูนและเกาะแห่งหนึ่งที่ร่ำลือกันว่า เป็นที่หลบลมพายุของพวกโจรสลัด กัปตันอีเลียต เกิดได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง จึงจอดเรือและขึ้นฝั่ง ส่งล่ามลงไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นท่าเรือหอม ใช้ขนถ่ายไม้หอม กัปตันรับทราบด้วยความประทับใจ |
|
เมื่อกัปตันอีเลียตเดินทางกลับสู่อังกฤษและได้รับการแต่งตั้งให้ไปประจำการฝ่ายการพาณิชย์ของอังกฤษในภาคพื้นเอเซีย ซึ่งขณะนั้นเอง ประเทศอังกฤษซึ่งปกครองโดยพระนางวิกตอเรีย กำลังต้องการอาณานิคมในแถบทะเลจีนใต้เพื่อใช้เป็นที่จัดส่งสินค้า หรือฝิ่นนั่นเอง และประจวบเหมาะพอดีกับที่ฝ่ายอังกฤษและจีน กำลังมีปัญหาเรื่องการค้าฝิ่นในแถบกวางตุ้งของจีน จนทำให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ขึ้น ในปี ค.ศ. 1939 กัปตันอีเลียตจึงตัดสินใจยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือกลิ่นหอม และประกาศให้ดินแดนแถบนั้นเป็นของอังกฤษ ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1841 |
 |
 |
ฮ่องกงมีพื้นที่รวม 1,096.63 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง (80.30 ตร.กม.) เกาลูน (46.71 ตร.กม.) เขตดินแดนใหม่ (New Territories)และเกาะอื่น ๆ (969.62 ตร.กม.) หรือขนาดประมาณ 1 ใน 6 ของพื้นที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะฮ่องกง เกาลูนและเขตดินแดนใหม่ จะเป็นแนวเขาทอดตัวยาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ทิศใต้ เป็นแนวเขาที่ต่อเนื่องมาจากมณฑลฝูเจี้ยนและกว่างตงที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน แต่เนื่องจากเขตเทือกเขาแต่ครั้งโบราณนั้น ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ จึงเกิดเป็นทัศนียภาพเกาะแก่งเล็ก ๆ ที่มีลักษณะลาดชันผุดโพล่ขึ้นมากมาย |
| |
|
| ภูมิอากาศ.....ฮ่องกง |
|
| ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคม) |
| อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ตอนเย็นอากาศอาจจะเย็นลง แต่เสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18oC-27oC (64oF-80oF) ความชื้นประมาณ 82 % |
|
| ฤดูร้อน (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางกันยายน) |
| อากาศร้อนและชื้นด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 26oC-33oC (78oF-91oF) และความชื้นเกือบ 86% เสื้อแขนสั้นและผ้าฝ้ายเหมาะสมที่สุด พร้อมด้วยเสื้อสเวตเตอร์บาง ๆ สำหรับสวมเมื่ออยู่ในอาคาร เช่น ตามภัตตาคารต่าง ๆ ซึ่งมักจะเปิดเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็น ร่มหรือหมวกก็ช่วยกันแดดได้ดี |
|
| ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายนถึงต้นธันวาคม) |
| อากาศสดใสและปลอดโปร่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เสื้อแขนสั้นและแจ็คเก็ตบาง ๆ เหมาะสมที่สุดในฤดูกาลนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18oC-28oC (64oF-82oF) ความชื้นที่ 72% |
|
| ฤดูหนาว (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) |
| ฤดูหนาวมีระดับความชื้นต่ำที่ 72% ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ตั้งแต่ 14oC-20oC (57oF-68oF) ปรอทสามารถลดลงได้จนถึง 10oC (50oF) อากาศหนาวเย็นจัดในบางโอกาสทำให้เสื้อขนสัตว์และโอเวอร์โค้ตเป็นสิ่งจำเป็นในฤดูนี้ |
|
| ประชากรใน....ฮ่องกง |
|
|
ฮ่องกงมีจำนวนประชากรกว่า 6.99 ล้านคน ในปี 2549 ความหนาแน่นของประชากร 6,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนมากของฮ่องกงเป็นชาวจีนมีร้อยละ 3 เป็นชาวต่างชาติ อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอเมริกัน ฯลฯ ภาษากวางตุ้ง ซึ่งเป็นภาษาที่มีถิ่นตั้งแต่มณฑลกวางตุ้งของจีนเรื่อยมาจน ฮ่องกงได้กลายมาเป็นภาษาราชการของฮ่องกง ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นของภาษาของเจ้าอาณานิคมก็ยังคงเป็นภาษาราชการร่วมซึ่งถูกใช้พูดมากกว่า 38 เปอร์เซ็นของประชากร ก็เป็นภาษาที่ใช้แพร่หลาย ส่วนภาษาจีนท้องถิ่นอื่นเช่นแต้จิ๋วหรือจีนแคะ ฯลฯ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน และตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่ใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ การใช้ภาษาจีนกลาง ในการติดต่อก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเข้ามาของชาวจีนแผ่นดินใหญ่และการติดต่อค้าขายระหว่างกัน ถึงแม้ว่าการใช้อักษรจีนนั้นยังนิยมใช้อักษรจีนตัวเต็มอยู่ก็ตาม นอกจากนั้นทางรัฐบาลฮ่องกงได้มีโครงการ "สองแบบอักษร สามภาษา" เพื่อสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงใช้ภาษาทั้ง 3 ภาษาร่วมกัน คือภาษากวางตุ้ง จีนกลาง และอังกฤษ |
 |
|
|
| ด้านศาสนาของ........ฮ่องกง |
| |
|
นับถือศาสนาพุทธแบบมหายาน 74% ศาสนาคริสต์ 10% |
|
|